ความหลังครั้งทำข่าวทีวี

เห็นการแข่งขันในเรื่องข่าวของแต่ละสถานีวันนี้ ทำให้ผมต้องหวลรำลึกถึงความหลังสมัยที่ยังเป็นผู้สื่อข่าวในแผนกข่าวของช่อง 7 สียุคเริ่มแรกเมื่อปี 2511 – 2516

ครานั้นเปรียบกับวันนี้เปลี่ยนแปลงจาก 1 เป็น 100 ก็ว่าได้ เมื่อวันก่อนนั้นข่าวโทรทัศน์ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและนิยมกันของผู้ชม สถานีมีรายการข่าวไว้ก็เพื่อตามธรรมเนียมที่ “ต้องมี” เท่านั้น

ข่าวช่อง 7 ที่ผมทำอยู่นั้นออกอากาศเพียงช่วงเดียว เวลาเดียวคือ 20.00 – 20.20 น. ไม่มีข่าวต้นชั่วโมง ไม่มีชั่วโมงข่าว ไม่มีข่าวภาคเที่ยง ไม่มีข่าวรอบดึกใด ๆ  เวลาข่าว 20 นาทีนั้นจะต้อง “เป๊ะ” วันไหนข่าวเกินไปสัก 1 นาที รุ่งขึ้นต้องทำรายงานว่าทำไม เพราะอะไร

อุปกรณ์ทำข่าวสมัยก่อน ช่างภาพก็มีกล้องถ่ายข่าวจำได้ว่าแค่ 2 ยี่ห้อคือ Bolex กับ Ari-flex ใช้ฟิล์มสี 16 ม.ม. หนึ่งม้วนยาว 400 ฟิตถ่ายทำข่าว กลับมาแล้วส่งล้าง ยุคแรกสำนักงานอยู่บนชั้น 2 ของธนาคารนครหลวงไทยสาขาเจริญผล ส่งล้างที่ร้านแถวสามย่าน ต่อมาย้ายมาหมอชิตที่อยู่ปัจจุบันเปิดห้องล้างฟิล์มเอง

ส่วนข่าวต่างประเทศ ทุกเย็นจะต้องมีรถไปรับฟิล์มที่ดอนเมือง เป็นฟิล์มข่าวจากเอพี.หรือรอยเตอร์ หรือ เอเอฟพี. เขารับข่าวดาวเทียมจากทั่วโลกมาลงที่ฮ่องกงแล้วพิมพ์เป็นฟิล์มหนังส่งโดยเครื่องบินไปทุกประเทศในภูมิภาคนี้ให้ออกอากาศทันคืนเดียวกัน เลยเรียกกันในสมัยนั้นว่า “ข่าวดาวเทียม”

ชีวิตประจำวันของผมในวัยหนุ่มเปรี๊ยะคือเช้าต้องนั่งรถเมล์มาให้ถึงสถานีก่อน 8 โมงเช้าเพื่อตอกบัตรลงเวลา แล้วก็ออกตระเวนทำข่าวไปยังสถานที่ต่าง ๆ  ทำข่าวทุกประเภทแม้แต่ข่าวอาชญากรรม จึงรู้จักคนมากทุกสาขาอาชีพมาจนถึงทุกวันนี้ กลับมาแผนกก็เขียนข่าว พิมพ์ข่าว เรียบเรียงข่าว แล้วนั่งตรวจคู่ไปกับการตัดต่อข่าวให้ตรงกัน แล้ววิ่งลงไปส่งห้องออกอากาศให้ทันก่อนสองทุ่ม

คนทำข่าวทีวียุคนั้นมีกันไม่กี่คน ฝ่ายข่าวช่อง 7 มี มงคล วัชโรบล เป็นหัวหน้าแผนกข่าว สุธน ธีรพงศ์ เป็นหัวหน้าข่าวต่างประเทศ, ปานเทพ กุยโกมุท เป็นหัวหน้าช่างภาพ ทีมข่าวของเราก็มี เรวัตร เศวตไอยาราม, อนันต์ ทัดคำ, ชนินทร์ วงศ์กองแก้ว, ศักดิ์ศิริ วิรยศิริ, วรินทร์ ชัยรัตน์, ผุสดี คีตวรนาฎ, มานิตย์ ควรขจร,สุทธิ จงเจียมจิตร และผม โดยมีสมบัติ สิงโตทอง เป็นมือตัดต่อฟิล์มข่าวที่ต้องยกนิ้วให้ว่าฝีมือยอดเยี่ยมจริง ๆ ช่วงที่เร่งรัดสุดคือตอนค่ำก่อนข่าวออกอากาศ พิมพ์ข่าวเสร็จต้องส่งแปลเพื่ออ่านเป็นภาษาอังกฤษอีกระบบหนึ่งด้วย มีอาจารย์ยงยุทธ ยุทธวงศ์กับอาจารย์อรชุมา สูตะบุตร เป็นผู้แปล (ภายหลังทั้งสองกลายเป็นคู่ชีวิตจนปัจจุบัน)

สังคมของคนทำข่าวหรือช่างภาพทีวีตอนนั้นซึ่งมีแค่ 4 ช่อง อยู่กันแบบพี่น้อง รู้จักสนิทกันหมดเพราะออกไปทำข่าวไหนก็มักจะเจอกันเป็นประจำทุกวัน รู้จักทีมภาพข่าวของไทยทีวีช่อง 4 ขาวดำก่อนเปลี่ยนมาเป็นช่อง 9 ตั้งแต่ วินิจ บุญวิวัฒน์, ถาวร นาคบุตร,อาภรณ์ แช่มช้อย, เรวัต พลจันทร์, ณรงค์ นหุตานนท์, ปรีชา เกษะปกรณ์, ลุงโกศล…, ชัยยะ วรพันธ์ ฯลฯ ฝั่ง ททบ.ช่อง 7 ขาวดำจนเปลี่ยนมาเป็น ททบ.ช่อง 5 สี ก็มี สฤษดิ์ เครือประดับ, วิทูร พานิชลือชาชัย, เฉลิมชัย กุลกาญจน์, อเนก อารีราษฎร์, มานพ คำหอม, สาคร ทรัพย์แสงส่ง, สถาพร (แดง) โดยมีสมฤกษ์ พรปรีชา เป็นผู้สื่อข่าวที่เจอกันเป็นประจำ ส่วนไทยทีวีสีช่อง 3 มาเปิดสถานีปี 2513 นักข่าวช่วงนั้นก็มี มาณวิกา เปมะวิภาต, สมศักดิ์ ขันธิกุล, วิศิษฐ์ ศึกษาการ, ดนัย………….,เสนาะ สุจิมา, ทีมช่างภาพที่จำได้มี ธรรมนูญ แสงรังสี, มนตรี วัชรคุณ,ปัญญา บุตรดี, ปรีชา สว่างศิลป์, อำนวย ภาสุระ, สุภาค ภูมิมาศ คงจำได้ไม่หมดทุกคน

สิ่งที่เคยพบประสบมา เป็นความหลังที่นึกถึงทีไรก็มีความสุขทุกทีครับ

นคร วีระประวัติ
เมษายน 2554