ออสการ์.. 25 ปีแล้วหรือ

ไม่ใช่ว่างาน”ออสการ์”เขาครบ 25 ปีหรืออย่างไรตามหัวข้อข้างบน เพราะปีนี้เขาจัดเป็นปีที่ 85 แล้วครับ

 ที่นำมาเป็นหัวข้อเรื่องวันนี้ เพราะได้นั่งชมการถ่ายทอดสดงานแจกรางวัลภาพยนตร์อันยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ทำให้ต้องหวลกลับไปถึงงานแจกรางวัลครั้งที่ 60 เมื่อวันจันทร์ที่ 11 เมษายนปี 1988

โป๊สเตอร์งานครั้งที่ 60 ผมได้นำติดตัวกลับมากรุงเทพ

นครกับออสการ์ 3

ติดไว้ที่บ้านเพื่อความภาคภูมิใจของตนเองที่ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานและเข้าชมพิธีการอันยิ่งใหญ่เมื่อ 25 ปีที่แล้ว นั่งดูก็หันหลังกลับไปดูโป๊สเตอร์ที่ติดไว้ด้านหลังที่นั่งหลายครั้ง

ครั้งนั้นได้ชวน “เสือเตี้ย”สนานจิตต์ บางสพาน สหายร่วมวงการน้ำหมึกที่โชกโชนกับงานเขียนวิจารณ์หนังอย่่างตรงไปตรงมา ตามบัตรเชิญที่ผมได้รับมาจำนวน 2 ใบจาก มร.เจมส์ เอ็ม โรเบิร์ตส ผู้อำนวยการสถาบันศิลปและวิทยาการภาพยนตร์ (Academy Director) ซึ่งการถ่ายทอดเมื่อปีที่แล้วเห็นภาพท่านอยู่ใน in memoriam  แทบใจหายไปเลยครับ เพราะได้เจอท่านสองครั้งที่เดินทางไปสถาบัน เป็นผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจ จิตใจงาม ต้อนรับหนุ่มไทยจากผมเป็นอย่างดี ทั้งที่ไม่เคยได้เจอมาก่อน หลังจากนั้นท่านก็ส่งจดหมายมายังผมว่าขอเชิญเข้าร่วมงานครั้งที่ 60 ซึ่งเป็นครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง

ผมเคยเขียนลงในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และอีกหลาย ๆ สื่อเกี่ยวกับการเดินทางไปร่วมงานนี้ ไว้มีโอกาสแล้วค่อยมารำลึกความหลังกันอีก

ครับ เป็นความรู้สึก ความประทับใจของครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาสเดินทางเข้าไปนั่งในงานแจกรางวัลอันยิ่งใหญ่ระดับโลกนี้ ใครจะลืมกันได้ง่าย ๆ และคิดว่าคงมีคนไทยน้อยมากที่มีโอกาสดีอย่างผม

นครกับออสการ์ 2

ความโชคดีได้เดินทางมาซ้ำซ้อนติดต่อกันเมื่อปีรุ่งขึ้น ครั้งที่ 61 ในวันพุธที่ 29 มีนาคม 1989 เมื่อท่านผู้อำนวยการสถาบันได้เชิญไปร่วมงานนี้อีกครั้ง โดยจัดสถานที่เดียวกันกับปีก่อนคือ Shrine Civic Auditorium] Los Angeles, California ครั้งที่สองนี้ได้รับเชิญมาถึง 4 ที่นั่งด้วยกัน ผมบินเดี่ยวไปร่วมงานโดยชวน สันทนี วายุโชติ ผู้สื่อข่าว”เดลินิวส์”ประจำสหรัฐอเมริกาขณะนั้นกับ จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกากับสามี เต็ก แสงอุไรพร รวมเป็น 4 คนด้วยกันเข้าร่วมงานนี้

ผมนั่งชมการถ่ายทอดสดทุกปี ก็คงต้องพูดถึงงานครั้งปัจจุบันสักเล็กน้อย แม้สถานที่จัดจะแตกต่างกัน แต่บนเส้นทางพรมแดงยังไม่เปลี่ยน ความหรูหราของชุดแต่งกายดาราสาวแต่ละคนจะมาประชันกันในงานนี้ มีกันมายาวนานแล้วเริ่มจากปีไหนก็ไม่รู้ กลุ่มผู้ชมที่จับสลากได้เข้่ามาอยู่รอบแนวเส้นทางพรมแดงก็มีมานานเช่นกัน ปีนี้มีโชว์โปรดิวเซอร์สองคนของงาน แนะนำผู้กำกับรายการที่ทำงานนี้มายาวนาน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของเบื้องหลังแห่งความสำเร็จของงาน

พูดถึงรายการทั้งหมดในภาพรวมปีนี้ก็โอเคครับ มีการเปลี่ยนแปลง พัฒนารูปแบบออกไป  โปรดิวเซอร์หน้าใหม่สองคนถือว่าสอบผ่าน เซ็ท แมคฟาร์เลน พิธีกรก็ทำหน้าที่ได้ดี ผมข้องใจอยู่อย่างว่าการเปิดตัวของพิธีกรที่ใช้เวลายาวเกือบยี่สิบนาทีนั้น มันนานเกินไปหรือเปล่า

นครกับออสการ์ 1

กลับมาถึงการถ่ายทอดของทรูวิชั่นส์แต่ละปีนำการถ่ายทอดงานไปลงช่องนั้นช่องนี้อย่างแทบจะเวียนหัว และงานใหญ่ ๆ อย่างนี้ควรจะลงช่องที่สมาชิกทุกประเภทสามารถรับชมได้ เสียดายที่ช่อง 7 ถ่ายทอดงานแจกรางวัลอื่น ๆ มาได้แต่งานนี้ยกเลิกไป สำหรับผู้บรรยายแม้จะเปลี่ยนคนไปบ้าง แต่ก็แปลและพูดน้อยลงกว่าเดิม  (อาจจะโดนวิพากย์หนักในปีก่อน ๆ) ถ้าจะให้ดีกว่านี้อีกสักนิด ทรูวิชั่นส์ควรคอนโทรลเสียงต้นฉบับกับเสียงบรรยาย  คือให้เสียงต้นฉบับดังมากกว่าเสียงบรรยาย ฝากไว้กับ ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผอ.ใหญ่ฝ่ายสื่อของทรูวิชั่นส์  (ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องหรือเปล่า) ถ้าอ่านข้อเขียนนี้ฝากไว้สำหรับการบรรยายงานใหญ่ ๆ ถ้าถ่ายทอดสดคราวต่อไปด้วยนะครับ