หนังไทยปี 2555

ผมมีโอกาสได้ดูหนังไทยที่ฉายในรอบปี 2555 ราว 90 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่ีออกฉายทั้งหมด ส่วนตัวเลขที่ชัดเจนนั้นก็ไม่มีแหล่งไหนบอกได้ตรงกัน เพราะ”นับไม่เหมือนกัน” บางแหล่งนับจำนวนที่ออกฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม แต่อีกบางแหล่งก็ไม่ได้นับถึงหนังที่ฉายแค่วันเดียวหรือสามวันหรือแค่เจ็ดวัน

ในที่นี้จะนับจำนวนหนังที่อยู่ในเกณฑ์การประกวดของสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติมีจำนวน 60 เรื่อง ไม่ส่งเข้าประกวด 4 เรื่อง จึงมีหนังอยู่้ในการประกวดเพียง 56 เรื่อง

ส่วนของชมรมวิจารณ์บันเทิง, ของคมชัดลึก, ของไนน์เอนเตอร์เทนอะวอร์ดส์,ของสตาร์พิค ดูจำนวนแล้วไม่ตรงกันสักแห่ง ถ้าจะดูในวิกิพีเดียก็จะมีถึง 64 เรื่อง ลองเปิดกันดู

เอาเป็นว่าอย่าไปถือสาเรื่องจำนวนตัวเลข คงมีน้อยคนนักที่ได้ดูครบทุำกเรื่อง แม้แต่ตัวผมเอง

มองดูในภาพรวมของบรรดาหนังไทยปี 2555 ทั้งหมดก็มีออกมาหลากหลายแนว ถ้าจะนับแล้วจำนวนแนวสยองขวัญ น่ากลัว รวมถึงที่เรียกว่าหนังผี จะมีจำนวนมากกว่าเพื่อน รองลงไปก็จะเป็นหนังแนวตลกคัมเมดี้(จะเป็นหนังวัยรุ่นซะส่วนใหญ่)  หนังแนวโรแมนติค หนังแนวดรามาชีวิตลึกซึ้งก็มีหลายเรื่อง

ที่น่าสนใจคือปีที่ว่านี้มีหนังการ์ตูนออกมาสองเรื่อง และน่าดูทั้งสองเรื่องคือ “เอค โค่ จิ๋วก้องโลก”ของค่ายกันตนา กับ “ยักษ์”ของประภาส ชลศรานนท์จากเวิร์คพอยท์ ขอปรบมือให้ทั้งสองเรื่อง ที่ใช้เงินลงทุนสูง (แต่รายได้กลับมาไม่ดีเท่าที่ควร) เป็นหนังดีมีสาระ ให้แง่มุมที่ดี ๆ ไม่ว่าผู้ชมจะอายุรุ่นลูกรุ่นหลานหรือรุ่นพ่อรุ่นแม่

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือการทำเป็นหนังสั้นสามสี่ตอนมาอยู่ในเรื่องเดียวกัน ปีนี้มีรวมแล้วเกือบสิบเรื่อง  บางเรื่องก็ขมวดท้ายเรื่องให้มาจบในปลายทางที่สู่จุดมุ่งหมายเหมือนกัน มีตัวแสดงจากแต่ละตอนกลับมาตอนท้าย ไม่ว่าจะเป็นหนังดรามา แนวโรแมนติคคัมเมดี้ก็ตาม

หนังที่เรียกกันว่าหนังนอกกระแสหรือหนังอินดี้ในปีที่ผ่านมาก็มีจำนวนมากหลายเรื่องเช่นกัน บางเรื่องไปได้รางวัลจากเทศกาลหนังต่างประเทศมาแล้ว คาดว่าในปีใหม่ 2556 นี้จะมีหนังแนวนี้เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากกระแสหนังสั้นได้สร้างความนิยมและสร้างผู้กำกับหน้าใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมาก

อีกประการหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่นึกคิดก็คือเป็นหนังแบบภาคต่อหรือภาคสอง ทำออกมาหลายเรื่องเช่น ปัญญา-เรณู 2,วาเลนไทน์สวีตตี้,มะหมา 2,ปล้นนะยะ 2, Yes of No รักไม่รักอย่ากั๊กเลย เป็นต้น

สำหรับหนังที่ทุกเงินสูงสุดในรอบปีที่แล้วคือเรื่อง “ATM เออรัก เออเร่อ”  ของค่ายจีทีเอช หนังแนวโรแมนติคคัมเมดี้ ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ 150 ล้านบาท ใครได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ไม่ต้องแปลกใจกับลีลาของบริษัทหนังค่ายนี้ที่ทำหนังออกฉายแต่ละเรื่องก็โกยเงินแทบทุกเรื่องทีเดียว

สหมงคลฟิล์มฯ ยังเป็นค่ายเดียวค่ายเดิมที่มีหนังออกฉายในปีที่ผ่านมาจำนวนมากที่สุด นับแล้วจำนวนมากถึง 13 เรื่อง เฉลี่ยแล้วบางเดือนก็มีฉายมากกว่าหนึ่งเรื่อง มีบริษัทหนังหน้าใหม่เข้ามาสู่เส้นทางนี้หลายบริษัทด้วยกัน ด้วยชื่อที่แปลกหน้าค่าตาทั้งขื่อไทยและชื่อภาษาอังกฤษ ไม่ทราบว่าผลงานไปสู่ตลาดโลกเป็นยังไง

เรื่องไปสู่ตลาดโลกนี้ต้องพูดกันยาว เหมือนกับหนังเรื่องยาวนั่นแหละ

 

นคร วีระประวัติ

20 กุมภาพันธ์ 2556